หมายเห็ด* เป็นเอนทรี่ด่วยเฉพาะกิจเนื่องจากอยากจะอัพ แต่จำเป็นต้องไล่ตัวเองไปจัดกระเป๋าต่อแล้ว

 

เป็นการบ้านงานวิจารณ์ที่ทำส่งอ. เมื่อเทอมที่แล้วนั่นแหละ (แอบหากินกะของเก่า 55+)

ผ่านไปผ่านมาก็ลองอ่านดูเล่นๆได้นะคะ (ฮาาา ไม่ค่อยเกี่ยวกะเนื้อหาปรกติในบลอคเอาซะเลย)

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------

THE NAME..ประเด็นของ การตั้งชื่อ?

 

            หนึ่ง สอง สาม สี่...ช๊อค . . . แค่ยืนอ่านป้ายโฆษณา มันก็ทำเอาผมช๊อคจริงๆครับ
ก่อนอื่นขอเกริ่นก่อนว่าผมไม่ได้มาโปรโมตหนัง รีวิวหนัง หรือวิจารณ์หนังใดๆทั้งสิ้น
ผมแค่มาวิจารณ์ “การตั้งชื่อ” ต่างหากครับ


            เริ่มจากเรื่องแรกที่ได้ กล่าวมาเมื่อครู่ 1 2 3 4..ช๊อค
มีที่มาจากชื่อเดิมว่า The Fourth kind หรือ ถ้าแปลกันตรงๆก็คือ ชนิดที่สี่
แต่ก็อย่างที่รู้ๆกันว่ามีหนังฝรั่งเพียงไม่กี่เรื่องหรอก ที่ไม่ถูกแปลชื่อให้เป็นภาษาไทย 

แต่ในการแปลชื่อหนังต่างชาตินั้นก็มีหลักการอยู่สองสามข้อ ซึ่งที่ผมพอจะจับทางได้ก็คือ
...ชอบเล่นคำคล้อง ต้องการรู้เรื่อง และ สะดุดตาจำง่าย


         “ชอบเล่นคำคล้อง” ก็เหมือนสุภาษิตไทยทั่วๆไปแหละครับ
มันจะไม่ประทับใจถ้าเกิดมันไม่คล้องจองกัน 

ผมขอยกตัวอย่างหนังบางเรื่อง เช่น 
The Warrior and the Wolf แปลตรงๆก็คงได้ “นักรบกับสุนัขป่า” ซึ่งก็ไม่ใช่ชื่อที่ดีเสียทีเดียว 
หนังเรื่องนี้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “ศึกรบจอมทัพ ศึกรักจอมใจ” อิงตามเนื้อเรื่องที่กล่าวถึงแม่ทัพ และสุนัขป่า

การตั้งชื่อประเภทนี้ถูกใช้แทบทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นหนังโรง หนังทีวี หนังซีรี่ย์เกาหลี นิยาย
หรือแม้กระทั่งหนังสือการ์ตูนก็ตาม เช่น  รักใสๆหัวใจสี่ดวง  นายตัวร้ายกับยัยตัวแสบ
แขนกลคนแปรธาตุ แว่วเสียงเรไร ฯลฯ



           อย่างที่สองคือ “ต้องการรู้เรื่อง”  หนังฝรั่งหลายเรื่องตั้งชื่อมาไม่เมคเซ้นส์
หรือบางทีก็เข้าใจกันได้แค่ในภาษาอังกฤษ แต่พอแปลเป็นไทยกลับไม่ค่อยสื่อความหมายอะไร

อย่างหนังชื่อตระกูล The ทั้งหลายเช่น

The room(ห้อง ลับดับจิต)
The core(ผ่านรกกลางใจโลก)
The Falls(พลังฝัน ภวังค์รัก)
The Road(ข้ามแดนฝ่าอำมหิต)

ซึ่งคำเหล่านี้มักเป็นคำนาม หรือนามธรรม ที่ทิ้งความสงสัยไว้ให้ผู้ฟังคิดต่อว่ามันจะเกี่ยวกับอะไร 
แต่สำหรับหนังที่คนไทยดูมันไม่ใช่ ถ้าชื่องง คนก็ไม่ค่อยอยากดูกัน จึงมีการต่อยอด
แต่งชื่อเพิ่มเติมอีกเยอะแยะมากมาย

และในประเภทนี้ก็ยังมีชื่ออีกรูปแบบหนึ่งคือ ชื่อคน หรือ ชื่อสิ่งของเฉพาะ
เช่น Julie & Julia(ปรุง รักให้ครบรส)
Sherlock Holmes(เชอร์ล็อคโฮมส์ ดับแผนพิฆาตโลก)
James Bond 007 (พยัคฆ์ร้ายทวงแค้นระห่ำโลก)

ชื่อประเภทนี้ต้องทำการต่อสร้อยโดยด่วนเกือบทุกเรื่อง
แต่ชื่อที่คนเรียกติดหูก็ยังคงเป็นภาษาอังกฤษมากกว่าอยู่ดี

            แต่ในประเภทนี้ก็มีบางเรื่องเหมือนกันที่ไม่มีการแปลชื่อเช่น Star war, Titanic
หรืออย่างเรื่องล่าสุด The Twilight Saga: New Moon เป็นต้น เพราะเป็นชื่อที่ฟังแล้วรู้ทันทีว่าหมายถึงอะไร (หากจะแปลอาจจะเกิดความงงมากขึ้น)



             อย่างสุดท้ายคือ “สะดุดตาจำง่าย” และ หลายๆชื่อมักใช้คำให้โอเวอร์เกินความจริง
(และอาจไม่ได้จำง่าย)  อย่างเช่นคำว่า “โลก” ที่กล่าวมาแล้ว
ทั้งๆที่เรื่องอาจจะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับดาวเคราะห์ หรือวิทยาศาสตร์เลยด้วยซ้ำ

ชื่ออื่นๆ ก็อย่างเช่น Stardust ”ศึกมหัศจรรย์ ปาฏิหารย์รักจากดวงดาว”
(ที่ผมมักจะเผลอพูดชื่อเป็น “เศษฝุ่นจากดวงดาว” เสมอๆ)



             แต่ก็จะเกิดคำถามขึ้นว่า การตั้งชื่อประเภทนี้ จะทำให้ผิดจุดประสงค์ของผู้สร้างหรือไม่
อย่างเช่น หากผู้สร้างตั้งชื่อ “The Room” เพื่อสร้างความรู้สึกงุนงง และวังเวง ลึกลับ
พอแต่งเติมชื่อไปแล้ว จะทำให้เสียอรรถรสของหนังไปหรือเปล่า

             สำหรับข้อนี้ ผมกลับคิดว่าการต่อสร้อยชื่อไทย ทำให้ผู้ได้ยินรู้แนวเรื่องของหนัง
และเป็นการเข้าถึงเป้าหมายได้ถูกกลุ่มกว่า  การต่อสร้อยชื่อไทยจึงไม่น่าส่งผลให้เสียรสหนัง
แต่ถ้าเติมไปด้วยสร้อยภาษาอังกฤษล่ะก็ไม่แน่


             แล้วหากคิดกลับกันอีกทาง โดยมีการเปลี่ยนชื่อหนัง แต่เปลี่ยนเป็นภาษาไทยตรงๆล่ะ?
ในข้อนี้ผมมีโอกาสได้เจอเว็บ เพจหน้าหนึ่ง ซึ่งได้รวบรวมชื่อเหล่านี้ไว้
ซึ่งได้แก่  Saw1 Saw2 Saw3 Saw4 “เห็น1 เห็น2 เห็น3 เห็น4” ฟังดูสั้นๆง่ายๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก

หรืออย่าง
A whole nine yard “ยาวทั้งหมด 9 หลา”  
Dirty Dozen”โหลสกปรก”
Bat Man”ค้างคาวตัวผู้” 
Cat Woman”แมว ตัวเมีย” 
The day after tomorrow “มะรืน นี้” 
Die Another day”ตายวันอื่น”

เป็นต้น ถ้าชื่อเป็นแบบนี้แล้วมันจะน่าดูไหมล่ะ? (ที่มา : www.thaireaderclub.com )


                สรุปว่า การแปลชื่อหนัง อย่างไรก็ตามต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความเข้าใจ
และอารมณ์ของคนในสังคม (เท่าที่รู้ก็มีแต่สังคมไทยที่ตั้งชื่อกันได้โอเวอร์สุดๆ) 
ซึ่งสุดท้ายนี้ ผมได้ลองเอาสไตล์ของการตั้งชื่อหนังมาใส่ในศัพท์เกี่ยวกับ
อินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ดู ก็พบว่าได้ดังนี้


Google Earth เว็บเซิร์จชิ่ง ซิ่งทะลุโลก     

Twitter ส่งสารร้อยสี่สิบอักษร

Facebook เปลี่ยนลุคผ่านโฮมเพจ     
     
Photoshop โฟโต้ฉับ สับรูปมหัศจรรย์

Ctrl+Alt+Delete ปุ่มสุดท้าย ลิขิตชะตาคอมฯ

 และสุดท้าย...


Shutdown...  หนึ่ง..สอง.. สาม.. ดับ

              

 

อืม.. ก็ฟังดูเป็นหนังดี...


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 ปล. จขบ.จะหายตัวไปเที่ยว กลับมาอีกทีวันที่ 17 ^ ^ นะคะ

 ปล2. เกือบลืม สุขสันต์วันสงกรานต์ค่า ^ ^

Comment

Comment:

Tweet

ชอบชื่อกูเกิ้ลจัง 55

#26 By darkuril on 2011-09-18 13:38

ชิ้ง .. ผิดลิงค์ http://www.youtube.com/watch?v=JF7VIuQO0zg&feature=player_embedded
ขออภัยจ้า

#25 By Kuralua on 2010-04-14 21:56

ฮา กร๊ากกกกก

มาๆ ให้ดาวก่อนเลย Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!


ชอบ >.<

และก็ สวัสดีปีใหม่ไทยค่า >.< ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ

ปล. สนใจแปลเพลง bad sweets ไหมคะ? http://www.youtube.com/watch?v=FiDlBvXibhg&feature=player_embedded

#24 By Kuralua on 2010-04-14 21:53

[A whole nine yard “ยาวทั้งหมด 9 หลา”
Dirty Dozen”โหลสกปรก”
Bat Man”ค้างคาวตัวผู้”
Cat Woman”แมว ตัวเมีย”
The day after tomorrow “มะรืน นี้”
Die Another day”ตายวันอื่น”]
ขำอะ open-mounthed smile

เอ้อ Saw ที่เป็นชื่อหนังนี่ ไม่ใช่กริยาช่อง 2 ของ See นะฮะ แต่เป็นคำนาม แปลว่า "เลื่อย"
ฉะนั้น คงต้องเรียกว่า "เลื่อย 1" "เลื่อย 2" "เลื่อย 3" "เลื่อย 4" ... แทน cry cry

ส่วน Facebook นี่ คุณภูมิเสนอว่า

"ถ้าใบหน้าเป็นหนังสือ ฉันขอถือแต่เล่มของเธอ" big smile


สวัสดีปีใหม่ไทยครับ ขอให้มีฟามสุขมากๆๆๆ big smile ขันน้ำ ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ
ส่งท้ายก่อนหยุดสงกรานต์ส